ไม่ดีตรงไหน! วิลเชียร์ โวย เซาธ์เกต ดร็อปลุยฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ชี้ฟอร์มตก

แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมของ อาร์เซน่อล ออกมาโวยยับใส่ แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ที่ดร็อปตนชวดบอลโลก เหตุฟอร์มไม่เข้าตาทั้งที่ตนมั่นใจในฟอร์มตัวเองมาโดยตลอด

แจ็ค วิลเชียร์

ทีมชาติอังกฤษ แบโผ 23 นักเตะ ที่จะลุยในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ผลปรากฏว่า แจ็ค วิลเชียร์ กองกลาง อาร์เซนอล หลุดจากรายชื่อ ทำให้เจ้าตัวออกมาแสดงอาการที่ไม่พอใจว่าทำไมถึงไม่มีชื่อของตนอยู่ด้วย

กระทั่ง แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษได้ตัดชือของวิลเชียร์ออกจากทีมชุดนี้เหตุเพราะเขามองว่าตอนนี้ฟอร์มของเขาได้ดร็อปลงไปมากและเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บบ่อยเขามองว่าเขายังไม่ดีพอที่จะมีชื่อติดในศึกครั้งนี้

“คิดว่ามันถึงเวลาที่ผมมีอะไรจะพูดออกมาบ้างแล้ว” มิดฟิลด์วัย 26 ปี กล่าวผ่านโชเชียลส่วนตัว

“ผมผิดหวังเหลือกำลังที่หลุดโผออกจากทีมชาติอังกฤษชุดตะลุยศึกฟุตบอลโลกอย่างไม่น่าเชื่อจนผมไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดใดๆออกมาเพื่ออธิบาย”

“ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกฟิตเปรี้ยะ, เฉียบคมและแข็งแกร่งตลอดทั้งฤดูกาล ผมเชื่อมั่นว่าผมนี่แหละคู่ควรต่อการทีมชาติที่สุดแล้ว”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล ดูบอลสดออนไลน์ โปรแกรมบอล ดูทีวีออนไลน์ ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ Buaksib.com ได้เลยนะจ๊ะ

เจาะประเด็น 5 เรื่องจากศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ของ “ปืนใหญ่”

หลังจากจบเกมระหว่าว “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล พบกับ “สิงห์บลู” เชลซี สำนักข่าวค่ายดังก็ได้จับประเด็นหลักๆ ระหว่างสองทีมใหญ่เจอกัน มาดูกันว่าจะมีประเด็นไหนน่าสนใจ

อาร์เซน่อล

1. อาร์เซน่อลไม่ได้มีแค่ ซานเชซ และ โอซิล
ฟอร์มในช่วง 25 นาทีแรก ช่วยสร้างกำลังใจเต็มเปี่ยมให้เวนเกอร์ เป็นที่ชัดเจนว่า อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ดีกว่าแน่ เมื่อมีซานเชซและโอซิลอยู่ด้วย เดาไม่ยากว่าพวกเขาเองคงไม่พอใจที่มันเป็นอย่างนั้นเช่นกันมีข้อสังเกตุเกี่ยวกับสภาพความฟิตของเวลเบ็คเช่นเดียวกับเครื่องหมายคำถามที่มีต่ออิโวบี้ และไม่มีใครสามารถมั่นใจได้ว่าลากาแซ็ตต์ จะปรับตัวได้ดีแค่ไหนในพรีเมียร์ลีก แต่แผงรุกกันเนอร์สเดินเครื่องได้อย่างลื่นไหลในเกมที่เวมบลีย์ บางทีเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์อาจไม่ใช่บททดสอบที่แท้จริง และเชลซีดูเฉื่อยชาผิดวิสัยกระนั้น มีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายอุโมงค์ สำหรับแผงหน้าอาร์เซน่อล

2. มิชี่ บาตชูอายี่ ได้รับการสนับสนุนมากพอแค่ไหน?
ในเรื่องเดียวกันนี้ เชลซี ไม่อาจพูดได้อย่างนั้น การขาด เอแด็น อาซาร์สร้างปัญหาให้กับทีมและจะเป็นเช่นนั้นต่อไปกระทั่งแข้งเบลเยียมฟื้นตัวกลับมาจากอาการบาดเจ็บในเดือนกันยายน แต่ดูเหมือน มิชี่ บาตชูอายี่ ไม่อาจเติมเต็มในระบบแนวรุกซึ่งมันขึ้นอยู่กับการประสานงานของศูนย์หน้าตัวเป้ากับตัวสนับสนุนในแดนกลาง อัลบาโร่ โมราต้า ลงมาทำหน้าที่แทน และเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแต่สำหรับบาตชูอายี่แล้ว ในฐานะตัวจบสกอร์ชั้นเยี่ยมเขาต้องต่อสู้อย่างหนักในการพิสูจน์ตัวเอง จาการเล่นนอกกรอบเขตโทษ

3. เชลชีต้องการความสมดุลในแดนกลางโดยด่วน
อันโตนิโอ คอนเต้ ดูเหมือนมีความสุขกับการปล่อย เนมันย่า มาติชไปอยู่กับคู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยตรง มันไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ เซ็นสัญญาเพื่อมาเป็นคู่ขาคนใหม่ของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ แสดงให้เห็นอย่างนั้นมันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมิดฟิลด์คู่กลางของเชลซีที่คุมเกมไว้อยู่หมัดแม้คู่แข่งขาด อารอน แรมซี่ย์ และ ซานติ กาซอร์ล่า แต่อาร์เซน่อลก็บุกเจาะทะลวงเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายของเชลซีมาได้เหมือนกัน และหลายครั้งที่ เชส ฟาเบรกาส แสดงให้เห็นว่าเขาอายุมากเกินไปในช่วยเป็นตัวทำลายเกมรุกคู่แข่งได้อย่างที่คาดหวัง

4. จุดแข็งของสิงห์บลูส์ คือการฉวยโอกาส
และยังไม่หมด มันมีเหตุผลหลายอย่างสำหรับเชลซีในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่สิ่งสำคัญที่สุดเหนืออื่นใดนั่นคือ ความอดทน พวกเขาเล่นไม่ดีที่เวมบลีย์ขณะที่อาร์เซน่อลเหนือกว่าอยู่เป็นเวลานาน และสมควรเป็นผู้ชนะแล้วแต่อย่างที่เป็นบ่อยๆ ในยุคคอนเต้ นั่นคือ “ความเคี่ยว” เมื่อ วิคเตอร์ โมเซส ทำประตูได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง มันเป็นโอกาสครั้งแรกๆ ของทีมในเกมนี้ด้วยซ้ำอาร์เซน่อล มีความผิดพลาดเล็กน้อยพวกเขาไม่อาจมีสมาธิที่ดีพอในการรับมือกับความกดดันจากเกมรุกคู่แข่งที่ถาโถมเข้ามา ก่อนโดนลงโทษอย่างเหี้ยมโหด สำหรับการขาดสมาธิเพียงเสี้ยววินาที

5. เซอัด โคลาซินัค มีศักยภาพในการแก้ปัญหากันเนอร์ส
ที่สุดแล้ว โคลาซินัคเป็นเจ้าของประตูตีเสมอ ด้วยลูกโหม่งอันยอดเยี่ยมแต่ประสิทธิภาพของเขาเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ขณะที่ผู้เล่นอาร์เซน่อลในปีที่แล้วเกือบยึดติดอยู่กับโปรไฟล์ทางด้านเทคนิคและรูปร่างในลักษณะเดียวกันแข้งบอสเนียน มีส่วนผสมระหว่างสภาพร่างกายที่ใหญ่โตและเทคนิคเข้าด้วยกันในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว เวนเกอร์โยนระบบแบ็กโฟร์ที่ยึดมั่นมานานทิ้งไปและเปลี่ยนมาใช้ระบบ 3 เซนเตอร์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันประสบความสำเร็จอย่างดี แน่นอน นั่นรวมถึงเกมที่พบเชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ด้วย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ยุคทอง! ปืนใหญ่ ยุคแห่งการเงินที่สามารถซื้อใครก็ได้

อาร์เซน่อล โคตรทีมแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับยุคแห่งการใช้จ่ายงบเพื่อคว้าแข้งดังระดับโลกเสริมแกร่งร่วมทัพ

อาร์เซน่อล ในยุคของ 1990 เป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของสโมสร ที่มีงบสามารถกระชากแข้งคุณภาพหลายคนร่วมทีม ต่อไปจะเป็นรายชื่อของดิลที่สำคัญและคุ้มค่าที่สุดของสโมสร แล้วจะมีใครบ้างและค่าตัวเท่าไร ไปดูกันเลย

อาร์เซน่อล

1) เดวิด ซีแมน – 1.3 ล้านปอนด์ จาก คิวพีอาร์ ปี 1990
อาร์เซน่อล ตัดสินใจทุบสถิติสโมสรในตอนนั้นที่เคยเป็นของ ไคลฟ์ อัลเลน และ เคนนี่ แซนซั่ม ที่ 1.25 ล้านปอนด์ เพื่อไปซื้อตัวผู้รักษาประตูมือดีอย่าง เดวิด ซีแมน มาจาก คิวพีอาร์ ที่ 1.3 ล้านปอนด์ และตลอด 13 ปีกับไอ้ปืนใหญ่ เดวิด ซีแมน ก็ช่วยให่ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไป 3 สมัย พร้อมด้วย เอฟเอ คัพ 4 สมัย

2) เอียน ไรท์ – 2.5 ล้านปอนด์ จาก คริสตัล พาเลซ ปี 1991
อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ย้ายมา อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรคนใหม่และเขาก็ตอบแทนเม็ดเงินของไอ้ปืนใหญ่ด้วยการยิงไปทั้งหมด 128 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 221 นัด ตลอด 7 ปีที่ค้าแข้งในไฮบิวรี่

3) เดนนิส เบิร์กแคมป์ – 7.5 ล้านปอนด์ จาก อินเตอร์ มิลาน ปี 1995
ไอซ์เบิร์ก ย้าย อาแจ็กซ์ ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ได้ 2 ฤดูกาล ทว่าเขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้และในที่สุดอาร์เซน่อลก้ไปทุ่มเงินดึงตัวมาร่วมทีมแต่ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ทำผลงานดีสักเท่าไร ทว่าอีกหนึ่งปีให้หลังเมื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ ย้ายมากุมบังเหียน ชีวิตของ เบิร์กแคมป์ กับ ปืนใหญ่ ก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล จนเขากลายเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสร

4) เธียร์รี่ อองรี – 11 ล้านปอนด์ จาก ยูเวนตุส ปี 1999
อองรี กลายเป็นดาวดับกับยูเวนตุสเพราะว่าเขาไม่สามารถผลิตสกอร์ให้กับยอดทีมแห่งตูรินได้ตามเป้าหมายและในที่สุด เวนเกอร์ ก็ยื่นมือดึงเขามาชุบเลี้ยงยังอาร์เซน่อลจากกองหน้าตัวเป้าเขาถูกถ่างให้ออกไปเล่นริมเส้นด้านซ้ายและจากนั้นชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนไป ทั้งการเป็นดาวยิงของทีมชาติฝรั่งเศสทั้งกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้สูงสุดตลอดกาลของอาร์เซน่อลและแน่นอนเขาคือตำนานที่ยังมีลมหายใจ

5) ซิลแว็ง วิลตอร์ด – 13 ล้านปอนด์ จาก บอร์กโดซ์ ปี 2000
หัวหอกผู้มีความเร็ว และทำประตูให้กับ บอร์กโดซ์ ได้มากมาย ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ ดึงตัวมาร่วมทีม และเขาก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีแต่นั่นไม่ใช่กับการลงสนามเป็นตัวจริง เพราะประตูหลาย ๆ ประตูที่เขาทำได้นั้นมาจากการลงสนามในฐานะซูเปอร์ซับเสียมากกว่า

6) อังเดร อาร์ชาวิน – 15 ล้านปอนด์ จาก เซนิต ปี 2005
อาร์ชาวิน โชว์ฟอร์มได้แบบวูบวาบ เพราะด้วยความที่ถนัดเป็นเพลย์เมคเกอร์และบอลชายเดี่ยวมากกว่าการเล่นเป็นทีม เลยทำให้เขาเล่นดีเป็นบางนัดท่านั้นและเกมที่น่าจดจำที่สุดคงเป็นเกมที่ยิงลิเวอร์พูลคนเดียว 4 ลูกในเกมที่เสมอกัน 4-4 ในแอนฟิลด์ และช่วงหลังปัญหาความฟิตคือประเด็นหลักเขาเลยถูกลืมเลือนไปและย้ายกลับไปยังเซนิตแบบเงียบ ๆ

7) เมซุต โอซิล – 42.4 ล้านปอนด์ จาก เรอัล มาดริด ปี 2013
จอมทัพอัจฉริยะอินทรีเหล็ก โชว์ผลงานกับ อาร์เซน่อลได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองและในตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงเจรจาสัญญาใหม่อยูุ่แน่นอนด้วยความเจ๋งของเขาสโมสรจึงไม่อยากเสียไปให้กับใครซึ่งจุดเด่นของเพลย์เมคเกอร์ตาปรือรายนี้ก็อยู่ที่เซนส์การจ่ายบอลอันชาญฉลาดและทำแอสซิสต์ได้เป็นว่าเล่น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เกิดจากสาเหตุใด! 5 เรื่องหลัง “ปืน” พ่ายให้แก่ “หงส์” ไปแบบยับเยิน 4-0

หลังจากที่ อาร์เซน่อล พ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ไปแบบยับเยินด้วยสกอร์ 4-0 ทำให้เป็นที่วิจารณ์กันอย่างหนัก

อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลของศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ งัดฟอร์มไม่ขึ้น จึงโดน ลิเวอร์พูล อัดยับคาบ้านแบบไม่น่าเชื่อ

อาร์เซน่อล

ต่อไปจะเป็น 5 เรื่องหลังจากที่ ปืน ได้พ่ายต่อ หงส์ ว่าทำไมถึงได้แพ้ได้ยับเยินขนาดนี้

5. ส่องสถิติน่าสนใจ
รู้หรือไม่ 4 ประตูที่เสียไปนั้นยังถือว่าโชคดี ปีเตอร์ เช๊ค ช่วยเซฟ ลูกยิงไปทั้งหมด 6 ครั้ง
อาร์เซนอล สัมผัสบอลทั้งหมด 714 ครั้งมากกว่า ลิเวอร์พูล ที่สัมผัสไป 688 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จและมากกว่า ลิเวอร์พูล ที่ 538 ครั้ง

4. เกมรุก ไร้ประสิทธิภาพ
ด้วยชื่อชั้นนักเตะแนวรุกของ ไอ้ปืนใหญ่ ชุดนี้ ฟังดูแล้วก็ไม่น่าเกลียดอะไรเลยดูมีชื่อชั้นมากกว่า 3 ผสาน ของ หงส์แดง เสียด้วยซ้ำ ลากาแซตต์, ซานเชซ นี่ด่อยกว่าใครในพรีเมียร์ลีกมั้ยครับ? ไม่เลย แต่ทำใมเกมวันนี้ ดูไม่มีพื้นที่เล่นเลย ยิงประตูกันไม่ได้มิหนำซ้ำยังยิงไม่เข้ากรอบกันสักลูกเดียว น่าผิดหวังเอามาก ๆ ทีมทีกำลังถูกยกว่าเป็นเต๊งแชมป์ ยูโรป้า ลีก ถ้ายังเล่นกันแบบงง ๆ อย่างนี้มีหวังอาจไม่ได้เข้ารอบลึก ๆ ก็เป็นได้

3. อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้หมดมุข
ถ้าจะบอกว่านี่คือฟอร์มการเล่นที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทัพมาหวังว่าแฟน ๆ เดอะ กันส์เนอร์จะไม่โกรธผมนะครับนักเตะเล่นเหมือนไม่ได้ซ้อมด้วยกันมา ไม่เข้าใจกันเหมือน ๆ เดิมตลอด 2-3 นัดมานี้ งงอย่างไงก็งงอยู่อย่างนั้นแอบเซอร์ไพรส์ ที่ เวนเกอร์ แกเลือกเก็บกองหน้าราคา 50 ล้านปอนด์ ไว้ลงครึ่งหลัง เก็บ โคลาซินัซ ที่ฟอร์มน่าจะโอเคกว่า โฮลดิ้ง ไว้บนม้านั่งสำรองในเกมที่ใหญ่ขนาดนี้และไมได้เล่นในบ้านตัวเองเลือกใช้กองหลัง 3 คน ทั้งที่รู้ว่า เกมรุก ลิเวอร์พูล ชุดนี้รวดเร็วขนาดไหนเลือกที่จะไม่ลุก หลังทีมโดนนำ ไม่เลือกออกมากระตุ้นนักเตะ

2. แฟนบอล พากันเดินออกจากสนาม ก่อนเกมจบหลายนาที
ไม่รู้ว่ามีธุระสำคัญกันหรือป่าวถึงรีบพากันเดินออกจาสนามกันเร็วขนาดนั้นเป็นที่เข้าใจกันว่า แฟน ๆ หมดศรัทธาในตัว อาร์แซน เวนเกอร์ แล้วจริง ๆ ถ้ายังแพ้ต่อไปอีก 1-2 นัด เชื่อได้เลยว่า ไอ้ปืนใหญ่ คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

1. จะเอาอะไรมารั้งนักเตะไม่ให้ย้าย
ขออนุญาติพูดตามตรงที่ว่าปีนี้ อาร์เซนอล ไม่มีตั๋ว ยูฟา แชมเปียนส์ลีกซึ่งมันคือความใฝ่ฝันของบรรดานักเตะหลาย ๆ คนที่อยากจะลงเล่นในรายการชิงถ้วยสโมสรยุโรปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมก็กำลังเป็นไปในทิศทางที่ ต้องบอกว่า อาจจะรั้งนักเตะคนสำคัญไม่อยู่แล้วจริง ๆ เช่น อเล็กซิส ซานเชซ ที่เกมวันนี้ถึงกับนั่งคอตก เมื่อทีมกู้สถานการณ์ไม่ขึ้น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอเลน ที่มีข่าวลือว่าปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่ก็ดูว่าจะเป็นจริงซะแล้ว วันนี้ดูไม่มีความขยันเลย หมดใจแล้วจริง ๆ บอร์ดบริหารคงต้องเลือกระหว่าง กุนซือ คนใหม่กับนักเตะย้ายออกแล้วล่ะงานนี้ ปล่อยไว้นานคงไม่ใช่ผลดี

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ